แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ยิ่งลักษณ์ ในภาพลักษณ์ของคุณเป็นเช่นไร

จริงๆแล้ว การที่ข้าพเจ้าได้อ่าน การเขียนบทความส่วนตัวของ คุณ เอิน กัลยกร นาครสมภพ ใน เฟซบุ๊ค ก้ไม่ได้มีความรู้สึกอะไร ยังไงมากมาย หรือ รู้สึกว่ากระทบ อันใด หรอกค่ะ เพียงแต่ว่าได้ พอได้อ่าน แล้วรู้สึกอยากจะแชร์ บทความเกี่ยวกับการวิพากษณ์วิจารณ์การทำงานของนายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ให้ ทุกคน ทั้งที่รัก ชอบพอ หรือ เป็นหน่วยต่อต้าน  ในความเป็นผู้หญิงทำงานของท่านนายกฯให้คุณๆได้อ่านกันบ้าง ก็เท่านั้นเองเผื่อทว่า บางที ความคิดอาจเปลี่ยนหรือพลิกขั้ว หรือ มองอะไรๆให้มันชอบธรรมมากขึ้น


น.ส.กัลยกร นาคสมภพ หรือ "เอิน กัลยกร" อดีตนักร้องและนักแสดงชื่อดัง ได้เขียนบทความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ใช้ชื่อว่า Kalyakorn Earn Naksompop โดยแสดงการวิพากษ์วิจารณ์บทบาท และการทำงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังรุมเร้ากรุงเทพมหานครในขณะนี้ จนก่อให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง บทความดังกล่าวมีชื่อว่า "จากผู้หญิง (ธรรมดา) ถึงผู้หญิง (ที่เป็นนายก)" ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาทั้งหมดมีดังนี้





จากผู้หญิง (ธรรมดา) ถึงผู้หญิง (ที่เป็นนายก)
 
ตอนแรกก็ว่าจะเก็บไว้เขียนหลังน้ำท่วม ..แต่ก็นะ เราก็ไม่รู้ว่าวันนั้นมันจะถึงเมื่อไหร่ ที่สำคัญคือ หลังจากที่ได้ดู นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ออกแถลงการณ์ทางทีวีเมื่อคืนนี้ ...บอกตรงๆ ละเหี่ยใจ และอดใจไม่ให้เขียนบทความนี้ไม่ได้แล้ว

คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

จริงๆ ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ได้ตำแหน่ง ผู้หญิงทั้งในและต่างประเทศ ก็รู้สึกยินดีที่ประเทศไทยได้มีนายกหญิงคนแรก เราเองได้เขียนลงเฟซบุ๊คว่า ส่วนตัวไม่ถือว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกหญิงคนแรก เหตุเพราะคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับการเลือกตั้งเพราะความสามารถของเธอเอง แต่เป็นเพราะคนต้องการผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังเธอต่างหาก ประชาชนที่เลือกเธอ ไม่ใช่เพราะชื่อ "ยิ่งลักษณ์" แต่เป็นเพราะนามสกุล "ชินวัตร" ที่เป็นสิ่งการันตีว่าเธอคนนี้คือ "สายตรง" ดังนั้นเราจะนับว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกไม่ได้
เราจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกจริงๆก็ต่อเมื่อ เธอคนนั้นต่อสู้ฟันฝ่ามาด้วยตัวเอง และพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า "ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถที่จะเป็นผู้นำประเทศได้" เท่านั้น
แต่ก็ช่างมันเถอะค่ะ สรุปว่า ประเทศไทยได้มีนายกรัฐมนตรีหญิงประดับประวัติศาสตร์กับเขาเสียที และจากวันที่เธอรับตำแหน่ง เราก็ควรจะดูแต่ผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของเธอคนนี้ ซึ่งแรกๆ นั้นเป็นไปได้ด้วยดีค่ะ คุณยิ่งลักษณ์ แม้จะดูไม่แข็งแรงห้าวหาญ แต่เธอมีความละมุนในบุคลิกที่ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลซึ่งเต็มไปด้วยบุคคล ที่เป็นที่กังขาของสังคมดูดีขึ้นแม้นโยบายของเธอจะเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง แต่ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อยู่ที่ว่าใครมองมุมไหน แต่เวลาเธอไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้านแล้วถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์นี่สิคะ แม้... ดูดี

สรุปว่าภาพลักษณ์ดูดีขึ้น เพราะเรามีนายกหญิงที่ดูดี ดูสง่า เป็นหน้าเป็นตาให้ประเทศไทย

จำได้ว่าตอนหาเสียง ผู้สนับสนุนเธอชอบบอกว่าเธอนี่แหล่ะ ที่จะเป็น "สตรีขี่ม้าขาว" ที่จะเข้ามากอบกู้ประเทศไทย ตามคำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

แม้ไม่ได้สนับสนุนพรรคเธอ ก็แอบหวังลึกๆ ว่า "เป็นจริงก็ดี" ถึงตอนนี้ ถ้ามีคนที่สามารถพาประเทศไทยฝ่าวิกฤติทางการเมืองไปได้ จะเป็นใครมาจากฝั่งไหนก็สนับสนุนทั้งนั้น ยิ่งเธอปะยี่ห้อว่าเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้รับหน้าที่สำคัญที่สุดในประเทศ คือการรับผิดชอบดูแลคนกว่า 70 ล้านคน งานใหญ่นะคะ ในฐานะที่เป็นผู้หญิงทำงานด้วยกัน ก็แอบเชียร์อยู่ อยากให้เธอเป็นนารีขี่ม้าขาวจริงๆ ประเทศเราจะได้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงเสียที

แต่แล้วอุทกภัยก็มาถึง มวลน้ำมหาศาลที่เข้ามาท้าทายความสามารถในการเป็นผู้นำของคุณยิ่งลักษณ์ ผลเป็นอย่างไร ...ไม่ต้องอธิบายให้มากความ

ไม่ใช่แค่คุณยิ่งลักษณ์สอบตกทุกด้าน ในฐานะที่เป็นผู้นำของประเทศ เธอยังทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงนั้นเสียหาย
ผู้ชายอาจจะไม่เข้าใจ แต่การเป็นผู้หญิงทำงาน เพื่อจะพิสูจน์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะสมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หลายคนต้องทำงานหนักกว่าผู้ชาย หลายคนต้องใช้เวลามากกว่าผู้ชาย เพื่อจะลบอคติที่ว่า "ผู้หญิงอ่อนแอ" หรือ "ผู้หญิงมีดีได้แค่สวย" เป็นผู้หญิง ต้องทนคนที่เข้ามาหวังหาเศษหาเลย ต้องปกป้องตัวเองโดยต้องไม่ให้กระทบกับงาน ในขณะเดียวกันก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเราเก่งพอ เพราะเราไม่สามารถไปนั่งกินเหล้า "เที่ยวผู้หญิง" กับเจ้านายเหมือนผู้ชายคนอื่นได้ เพราะเราไม่สามารถเล่นมุกฮาแบบลามกเต็มที่เหมือนผู้ชายคนอื่นได้ เราไม่สามารถมีช่วงเวลาส่วนตัวขนาดนั้นกับเจ้านายหรือผู้มีอำนาจซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายได้ เราจึงต้องใช้ความสามารถเท่านั้นเป็นเครื่องพิสูจน์
หลายคนอาจจะบอกว่านี่มันยุคนี้แล้วไม่มีแล้วเรื่องความไม่เท่าเทียม...มีค่ะ ยังมีอยู่ เป็นผู้หญิงค่ะ ทำงานค่ะ และยังเจอทุกสิ่งอย่างที่พูดมากับตัวเองค่ะ และไม่ใช่ผู้เขียนคนเดียวที่เจอ จึงได้เข้าใจและพูดได้

คุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะที่เป็นผู้หญิง นอกจากจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นนายกที่ดีได้ ยังต้องพิสูจน์ด้วยว่า "ความสามารถไม่เกี่ยวกับเพศ" คุณเป็นนายกหญิงคนแรกนะคะ คุณแบกรับภาพลักษณ์ตรงนี้เอาไว้อยู่ค่ะ คุณต้องลุย (ลุยจริงๆ ไม่ใช่แค่ลุยออกสื่อ) คุณต้องแข็งแรง และคุณต้องเก๋า ...ต้องเอาให้อยู่
...แต่คุณยิ่งลักษณ์ทำไม่ได้ค่ะ
การ ที่สื่อที่เป็นผู้ชายไม่กล้าว่าหนักๆเหมือนที่ว่านักการเมืองคนอื่นหรือนัก วิชาการไม่กล้าวิจารณ์แรงๆเหมือนที่วิจารณ์นักการเมืองผู้ชายเพราะเกรงว่าจะ เป็นการ "รังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ" หรือเพราะ "สงสาร" ก็ตาม คือหลักฐานว่ามันมีเส้นหนาๆกั้นอยู่ระหว่างเพศชายและหญิง ส่วนตัวนายกเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะเธอออกมาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยแข็งแรง ด้วยคำพูดที่ไม่เคยเข้มแข็ง และด้วยข้อความที่ไม่เคยชัดเจน นอกจากนั้นเธอยังไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการคิดเองได้เลย
เธอทำให้เห็นเลยว่า ความละมุนของเธอนั้น จริงๆแล้วมาจากความอ่อนแอ
คุณยิ่งลักษณ์ตอกย้ำทุกวัน ว่าผู้หญิงอ่อนแอ ว่าผู้หญิงพูดจาเป็นงานเป็นการไม่รู้เรื่อง ว่าผู้หญิงคุมลูกน้องไม่ได้ ว่าผู้หญิงตัดสินใจไม่เป็น ว่าผู้หญิงเป็นผู้นำไม่ได้ สิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ทำ หรือทำไม่ได้ ตอกย้ำว่าผู้หญิงทำงานใหญ่ไม่ได้ ว่าผู้หญิงสุดท้ายก็เป็นได้แค่ผู้หญิงวันยังค่ำ ที่ได้แต่แต่งตัวสวยไปวันๆโดยที่ทำอะไรไม่เป็น ...เสียค่ะ เสียหายอย่างยิ่ง
ลองนึกดูนะคะ แม้ในอนาคตจะมีผู้หญิงที่มีความสามารถ แต่ใครจะอยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย มันขยาดนะคะ ประมาณว่าทดลองแล้ว ไม่สำเร็จ ก็จบแล้ว ยิ่งถ้าคนที่ไม่มีแบ๊คใหญ่ขนาดแบ๊คของคุณยิ่งลักษณ์ ยิ่งไม่ต้องหวัง

แล้วก็พาลสงสัย ว่าประวัติที่ผ่านมาของคุณยิ่งลักษณ์ ก็เป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ระดับประเทศทั้งนั้น แล้วบริษัทเหล่านั้นรอดมาได้อย่างไร สงสัยแม้กระทั่งว่าคุณยิ่งลักษณ์เคยทำงานเองจริงๆหรือไม่ หรือได้แค่ใช้วุฒิการศึกษาที่ดูดี แต่งตัวดีๆ แต่งหน้าดีๆ ไปนั่งเฉยๆ ให้บริษัทนั้นดูภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้น แค่นั้น? ...ถามจริงๆเถอะ ความสามารถในการสื่อสารและการทำงานระดับนี้ ถ้าไม่มี "พี่ชาย" คอยผลักคอยดันอยู่ข้างหลัง ป่านนี้คุณยิ่งลักษณ์จะทำอะไรอยู่ที่ไหน? ให้เดานะคะ ...แต่งตัวสวยๆ กลางวันไปช็อปปิ้ง ไปสปา กลับมานั่งสวยรอให้สามีชื่นชม
สรุปคือผิดหวังค่ะ เสียใจ และรู้สึกแย่ที่ผู้หญิงซึ่งได้รับตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้คนแรก กลับทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงด้วยกันตกต่ำลงกว่าเดิม แต่งตัวสวยๆ หน้าผมเป๊ะนั้นไม่ผิดหรอกค่ะ ที่ผิดคือทำได้แค่นั้นจริงๆ
ยอมรับค่ะ ว่าการที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาก็กลัวเหมือนกันว่าจะมีผลกระทบกับชีวิต ว่าอาจจะมีผู้สนับสนุนนายกออกมาล่าหัว โทษฐาน "วิจารณ์ผู้นำอันเป็นที่รักยิ่ง" แต่ต้องพูดค่ะ พูดอย่างเป็นกลางโดยไม่ฝักฝ่ายทางการเมือง พูดในฐานะประชาชนในระบอบประชาธิปไตยที่สามารถวิจารณ์ฝ่ายการเมืองได้ ...พูดในฐานะที่เป็นผู้หญิง

ย้ำนะคะ ไม่ว่าคุณยิ่งลักษณ์จะมาจากพรรคไหนก็ตาม หากได้เป็นนายกแล้วทำงานอย่างนี้ ก็จะออกมาพูดแบบนี้เหมือนกัน

เพราะคุณยิ่งลักษณ์ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอไม่ได้ขี่ม้าขาว และเธอไม่ใช่สตรีในตำนาน (ก็อย่างที่คนข้างตัวเคยพูดไว้) สุดท้าย คุณยิ่งลักษณ์ ก็เป็นได้แค่ "สตรีขี่ม้าน้ำ" เท่านั้น
กัลยกร นาคสมภพ
26 ต.ค. 2554


___________________



อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้นามว่าว่า "ปฐม พยัคฆ์ร้ายเเห่งคลองบางหลวง" เขียน "จดหมาย" เพื่อโต้ตอบ "เอิน กัลยกร" ผ่านทางเฟซบุ๊กเช่นกัน โดยใช้ชื่อบทความว่า "จดหมายจากคลองกระจง ถึง คุณเอิน กัลยากร นาคสมภพ" ซึ่งมีข้อความดังนี้




จดหมายจากคลองกระจง ถึง คุณเอิน กัลยากร นาคสมภพ

ถ้าใครยังไม่รู้เรื่องราวของ  คุณเอิน กัลยากร  นาคสมภพ   และสงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น  ลองไปอ่านก่อนนะครับ

มีคนเอาลิงค์มาแปะในคอมเมนต์  ไปแวะอ่านกันก่อนแล้วค่อยอ่านของผมทีหลังหรือจะอ่านของผมก่อนแล้วไปอ่านของเอิน  ก็แล้วแต่ท่านเหอะ

ในโลกนี้มีผู้หญิงที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำมากมายนะครับเอิน...  อินทิรา คานธี  ,  มาร์กาเร็ต แธตเชอร์  ชื่อเหล่านี้คงคุ้นหูเอินบ้างไม่มากก็น้อย   แต่วันนี้ผู้หญิงที่ดูมีบทบาทมากที่สุดในโลกก็คงจะปฏิเสธ  ฮิลลารี่  คลินตั้น กับ อองซานซูจี  ไม่ได้เลย   หลายคนคงพอเดาได้นะครับว่าข้าพเจ้ากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร  ประเด็นไหน...   ประเด็นแรกที่ข้าพเจ้าอยากบอกเอินคือ   ผู้หญิงที่เป็นระดับผู้นำในโลกนี้หลายคนที่เอ่ยชื่อมาล้วนไม่ต่างกับ  ยิ่งลักษณ์  เท่าไหร่   เพราะเขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยอาศัยบารมีเก่าของคนในครอบครัว   เพราะคุณเอินได้เขียนในบันทึกของคุณว่า  ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกเพียงเพราะเป็นคนนามสกุล  "ชินวัตร"  ไม่ได้ต่อสู้มาด้วยตัวเอง  ดังนั้นจึงไม่นับว่า  ยิ่งลักษณ์  เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก   ข้าพเจ้าเลยจะบอกคุณเอินว่ารายนามข้างต้นนั้นก็ไม่ควรจะยกให้เป็นระดับผู้นำ   อินทิรา คานธี  ก็อาศัยบารมีของคุณพ่อคือ  ศรีเนห์รู  

อินทิรา คานธี  ตอนขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำใหม่ ๆ เธอก็เป็นดั่งหุ่นเชิดจนมีคนตั้งฉายาว่าเธออย่างเจ็บแสบว่า  ตุ๊กตาหน้าโง่  (ข้าพเจ้าขออภัยที่จำฉายานั้นเป็นภาษาฮินดีไม่ได้)   แต่ จากนั้นห้าปีเธอได้สะสมประสบการณ์และก้าวขึ้นการเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่ ใครไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย  เธอสะสมประสบการณ์ทางการเมืองและในทางเดียวกันเธอ ก็เข้าถึงใจคนจนที่นักปกครองทุกรุ่นหลงลืม จนสุดท้ายชื่อของเธอโดดเด่นเป็น ตัวของตัวเอง  เธอลบคำสบประมาทว่าก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำได้เพราะพ่ออย่างหมดสิ้นและสิ้นเชิง   คุณเอินว่า  การเริ่มต้นของอินทิรากับยิ่งลักษณ์พอ ๆ กันไหมครับ   เพราะเธอเข้าสู่ตำแหน่งวันแรก ๆ ผู้ชายก็รุมด่าเธอตั้งฉายาให้เธอว่า  "ตุ๊กตาบาร์บี้"   ไม่ต่างจาก อินทิรา เท่าไหร่ว่าไหม...

มาร์กาเร็ต  แธตเชอร์  ล่ะ...   คนนี้หญิงเหล็กของโลกเลยนะครับคุณเอิน  แต่คุณเอินรู้ไหมว่ากว่าเธอจะก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำเธอต้องได้รับการสนับสนุนจากใครบ้าง   ไม่เพียงแต่ต้องการเสียงในสภาเสียงประชาชนเท่านั้น   เพราะ มาร์กาเร็ต แธตเชอร์  ที่เธอมาถึงวันนี้ได้ก็เพราะว่าเธออาศัยรากฐานของครอบครัวเธอเป็นสำคัญ

อองซานซูจี  ล่ะ...  มิใช่ว่าเพราะพ่อของเธอหรอกเหรอ  เธอถึงก้าวเป็นสัญลักษณ์ของพม่าในเวลาอันรวดเร็ว   เธอเป็นแกนนำมวลชนเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าได้นั้นส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า  เพราะเธอเป็นลูกของ  นายพลอองซาน   อองซานซูจีโดดเด่นในเวทีพม่าเพราะอาศัยรากฐานจากพ่อและเป็นที่สนใจของชาวโลกเพราะการสนับสนุนของอเมริกา

ฮิลลารี่ คลินตั้น ก็เช่นกัน  จริง ๆ คนนี้เป็นผู้หญิงที่เก่งมากครับ   เธอเก่งมาแต่เดิม  แต่เธอทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนสามีเป็นหลังบ้านที่ดีเพื่อให้  บิลล์  เป็นหมายเลขหนึ่งของโลก   แต่เราจะปฏิเสธได้หรือไม่ว่าวันนี้ที่เธอโดดเด่นและมีบทบาท   เพราะอาศัยรากฐานจากสามีเช่นกัน

ทั้งหมดทั้งมวลที่ ข้าพเจ้าไล่มานั้นเพียงเพื่อจะชี้ให้เห็นว่า ผู้นำที่โดดเด่นเหล่านี้จริงๆ แล้วถ้ามองในมุมคุณเอินจะเห็นว่าไม่มีใครต่อสู้ขึ้นมาด้วยตัวเองเลยแม้แต่คน เดียวเพราะเกือบทั้งหมดถ้าไม่อาศัยพ่อก็ต้องอาศัยผัวไม่อาศัยผัวก็ต้องพึ่ง พานามสกุล ซึ่งนั่นเป็นความจริงครับคุณเอิน เพราะมันเป็นรากเป็นฐาน   อย่างคุณเอินและพี่สาว (หรือน้องสาว)  ของคุณเนี่ย  ถ้าไม่ได้นามสกุล  "นาคสมภพ"  จะได้เข้าสู่วงการบันเทิงหรือไม่...   จะมีฐานะเป็นที่รู้จักของคนเป็นเบื้องต้นหรือไม่...  คุณเอินลองถามและตอบตัวเอง

แต่ผู้หญิงเหล่านั้นต่างจากคุณเอินครับ   เพราะเมื่อเขามีรากฐานมาเขาได้โอกาสและพวกหล่อนคว้ามันไว้และทำโอกาสให้เป็นสิ่งดีงาม   พวกเธอก็อยู่ในใจของผู้คน   ซึ่งแตกต่างจากคุณเอินที่มีรากฐานได้โอกาส   แต่เชื่อไหมครับว่าวันนี้ใครหลาย ๆ คนยังต้องระลึกชาติเลยว่า  "คุณเป็นใคร"   นั่นคือความต่างของ  รากฐาน  ที่คุณว่าไว้   ถ้าจะถามว่ายิ่งลักษณ์ได้ต่อสู้มาไหมในการเลือกตั้งที่ผ่านมา  ข้าพเจ้าต้องเรียนคุณเอินว่า  คุณยิ่ง ลักษณ์ได้ต่อสู้มาตลอดด้วยตัวของเธอเองแม้จะมีคนสนับสนุนแต่เธอก็ฝ่าฟันมา ได้เอง  ถ้าคุณเอินย้อนไปคิดดูตอนช่วงรณรงค์เลือกตั้ง คุณจำได้ไหมครับว่า   คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ  และ  คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อีกทั้งลูกหาบทั้งหลาย  มั่นใจในคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์แค่ไหน  อย่างไร...  มั่นใจมากหรือไม่ให้ไปดูวาทกรรมว่า  "จะขุดรูอยู่"  ของ  คุณสุเทพ  เทือกสุบรรณ  ก็แล้วกัน

จากวาทกรรมฆ่าตัวเองของประชาธิปัตย์   มันชี้ให้เห็นว่าตอนแรกคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยคงไม่เท่าไหร่   แต่ยิ่งลักษณ์ก็หมั่นลงพื้นที่หมั่นเข้าหาประชาชน  ความอึดของเธอไม่ได้แพ้ผู้ชายอกสามศอกอย่างอภิสิทธิ์เลย   ในขณะที่อภิสิทธิ์เอาสายสิญจน์ล้อมหัวหนุนชะตา   ยิ่งลักษณ์ก็ยังลงพื้นที่โดยไม่มีเชือกใดมาพันกบาล   ความแตกต่างตรงนี้คุณเอินพอมองเห็นอะไรบ้างไหมครับ  

ยิ่งลักษณ์จริงอยู่ที่มีนามสกุล  "ชินวัตร"  เป็นพื้นฐาน  แต่ถ้าเธอไม่เอาไหนรักษาโอกาสไม่ได้อย่างคุณ  เธอก็คงถูกลืมเลือนและคงไม่ชนะเลือกตั้ง  แต่คุณยิ่งลักษณ์รู้จักบริหารโอกาสรู้จักเข้าไปในใจประชาชน  เธอจึงได้เป็นผู้นำ  

การทำงานของยิ่งลักษณ์ในวันนี้...   ข้าพเจ้าก็เห็นข้อผิดพลาดของเธอมากมายและหลายครั้งก็นึกเหมือนกันว่าถ้า ข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร  ข้าพเจ้านึกได้เพียง สามนาทีแล้วก็ต้องเลิกคิดเพราะมันเป็นความสยดสยองที่ผุดขึ้นมาแทนที่ความฝัน อันเรืองรอง  ข้าพเจ้าไม่ทราบจริงๆ ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร  นักวิชาการเรื่องน้ำของประเทศเราวันนี้มีเยอะครับแต่มันเยอะจนเกินไปจนไม่ รู้จะเลือกเชื่อใครสักคน  ใครที่ว่าเก่งว่าเจ๋งก็คาดการณ์ผิดหน้าตาแหกกัน เป็นแถวๆ  ถ้าข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีก็คงตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกเชื่อใครดี   แต่เธอก็กล้าหาญพอที่จะตัดสินใจและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มความสามารถ   ในสายตาของข้าพเจ้าแล้วคิดว่าเธอทำงานได้ดีแม้ไม่สง่างาม    ภาวะวิกฤตน้ำแบบนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่ว่าใครมาทำงานตรงนี้คงไม่เหลือความ สง่างามให้เห็น   แม้แต่ผู้ชายอย่าง  ประยุทธ์ จันทร์โอชา ,  สุขุมพันธ์  บริพัตร  สองคนนี้สภาพเหมือน...ตกน้ำซึ่งดูไปแล้วแย่ยิ่งกว่าสภาพปรัตยุบันของนายก รัฐมนตรีอย่างยิ่งลักษณ์เสียอีก

การจะมองความสามารถการทำงานนั้น ต้องเทียบกับความหนักหนาของงานเป็นสำคัญ  น้ำท่วมประเทศไทยหนนี้น่าจะจารึก ในประวัติศาสตร์ชาติไทยได้เลยว่าเป็นปัญหาน้ำท่วมที่มีมวลน้ำหนักหนามากที่ สุดและเป็นปัญหาที่รับช่วงต่อจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ   ในตอนที่  อภิสิทธิ์  รับมือกับน้ำท่วมที่ไม่หนักหนาเท่านี้ข้าพเจ้าพูดอย่างตรงไปตรงมาได้เลยว่า  ทำงานได้ไม่สมชาย  และแก้ปัญหาเพ้อเจ้อไม่สมกับเป็นเด็กอังกฤษ   ถ้าเทียบกับยิ่งลักษณ์ตอนนี้  ข้าพเจ้าพูดด้วยความสัตย์ว่า  ยิ่งลักษณ์ดูดีกว่ามากมายมหาศาล   เธอไม่ท้อแม้จะมากแค่ไหน  เธอตั้งใจ  ไม่โทษใคร  เธอต้องเดินฝ่าสงครามน้ำลายที่เพศชายโจมตีเธอ   เธอก้มหน้าทำงานไม่ฟ้องประชาชนว่า  "ผู้ชายไม่ได้ช่วยงานแถมเล่นสกปรกกับผู้หญิง"   เธอมีสิทธิที่จะพูดแต่เธอไม่ได้พูดเรื่องใด   แม้มีคนใส่ร้ายเธอมากมาย  เธอก็ไม่เคยโจมตีกลับอะไรซึ่งผิดกับผู้ชายอกสามศอกที่หลุดอาการออกบ่อย ๆ ด้วยซ้ำไป   ถ้านึกไม่ออกคุณเอินลองไปหาภาพอภิสิทธิ์ปรี่เข้าหานักข่าวหญิงได้นะครับ...  

การที่คุณจะมองว่า  ยิ่งลักษณ์  สอบตกทุกเรื่องนั้นก็เป็นสิทธิของคุณล่ะครับ   แต่ถ้าเรามองความจริงและเอายิ่งลักษณ์มาเทียบกับอภิสิทธิ์และผู้นำคนก่อน ๆ ของไทย  (เว้นไว้แต่  จอมพล สฤษดิ์  ธนะรัชต์)   ยิ่งลักษณ์ทำงานได้ไม่แพ้กับผู้นำประเทศของเราที่ผ่านมา   เธอรับมือได้ดีและทำงานให้ผู้ชายเห็นว่า  ผู้หญิงทำงานได้ดีกว่าผู้ชาย  แม้เธอจะพูดไม่เก่งเหมือนอภิสิทธิ์แต่เธอก็ทดแทนด้วยการทำ...  และทำ...   และยอมรับความจริงจนดูเหมือนยอมพ่ายแพ้  แต่เธอก็ไม่ได้ทำผิดกับประชาชน  ไม่ได้ฆ่าประชาชนแล้วบอกว่าไม่ฆ่า   ไม่ได้ทำไม่ได้แล้วบอกว่าทำได้...

สำหรับคุณ ยิ่งลักษณ์อาจสอบตก  สำหรับข้าพเจ้าเธอ  "พอผ่าน"  เพราะข้าพเจ้ามีมาตรฐานผู้นำที่สูง   แต่สำหรับคนไทยทั่วไปที่ชินกับผู้นำแบบไทย ๆ โดยเฉพาะเทียบกับอภิสิทธิ์...  เธอผ่านฉลุย  

วันนี้สิ่งที่คุณเอินทำอยู่นั้นทำให้ข้าพเจ้านึกเรื่องหลาย ๆ เรื่องออก...  สิ่งที่คุณเอินทำนั้นทำให้ข้าพเจ้านึกถึง  โยนออฟอาร์ค  เธอก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อชาติและรับใช้พระเจ้าของเธอ   แต่เธอก็ถูกผู้ชายรุมทำร้าย  รุมใส่ความ  แม้ติดคุกก็เจอผู้ชายข่มขืนในยามโดนเผาก็มีคนส่วนหนึ่งสาปแช่ง   ในหมู่คนสาปแช่งโยนออฟอาร์คคงมีสักคนที่เป็นผู้หญิงและหมั่นไส้เธอแต่ไม่รู้ ว่าสิ่งที่ทำเป็นอย่างไร คนที่สาปแช่งเธอนั้นไม่ได้มีความพอที่จะตัดสินมี แต่อารมณ์ขุ่นเคือง จึงสาปแช่งเพศเดียวกันที่กำลังทำทุกอย่างเพื่อความถูก ต้องของเธอ   อีกเรื่อง  เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง  คุณเอินเคยได้ยินเรื่องการประหารด้วยการปาหินไหมครับ   ถ้ามีผู้หญิงคนหนึ่งถูกผู้ชายตัดสินว่ามีความผิดไม่ว่าเธอจะทำจริงหรือไม่ จริง   เธอต้องถูกประหารชีวิตด้วยการขว้างหิน   ซึ่งผู้หญิงในตะวันออกกลางที่ตายไปนั้นมีกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ที่เป็นผู้ บริสุทธิ์  แต่ด้วยความเลวของชายจึงจับเธอมาประชาทัณฑ์   คุณเอินก็เป็นคนหนึ่งที่ขว้างหินใส่ผู้หญิงคนนั้น  คุณเอินฆ่าคนและสาปแช่งคนโดยผู้ชายบอกว่า...   สิ่งที่คุณด่าคุณยิ่งลักษณ์  ข้าพเจ้าอ่านสองรอบ  ข้าพเจ้าไม่พบข้อมูลใดที่เกี่ยวพันทางการเมืองการปกครอง   จะมีก็แต่อารมณ์ความรู้สึกและเรื่องราวที่เขาบอกมาเท่านั้น  แสดงว่าคุณเอินไม่มีข้อมูลในมือในการด่าคุณยิ่งลักษณ์นอกจากอารมณ์และสิ่ง ที่เขาบอกให้ด่า   แล้วคุณเอินจะต่างกับผู้หญิงที่สาปแช่งโยนออฟอาร์คหรือผู้หญิงที่ปาหินเพื่อ ประหารผู้หญิงด้วยกันโดยไม่รู้ความถูกผิดตรงไหนกันครับ...

แต่ นั่นคือสิทธิของคุณเอินครับ แต่ข้าพเจ้าอยากฝากบอกไว้หน่อยว่า ถ้าคุณไม่ยอม รับว่า  คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ยี่สิบแปด ของคนไทยเพราะเขาคือหนึ่งในตระกูลชินวัตร  ก็อยากเพิ่มตรรกะอีกอย่างให้คุณ เอินได้ลองพิจารณา  ว่า  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ยี่สิบเจ็ดหรือไม่...   เพราะเขาคือคนที่ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความช่วยเหลือจากกองทัพมิใช่มาโดยครรลอง ของระบอบประชาธิปไตย  ลองพิจารณา

ก่อนจะจบจดหมายนี้อยากพูดกับคุณ เอินเรื่องวิทยาศาสตร์นิดหนึ่งครับ... ข้าพเจ้าก็จำไม่ได้ว่าอ่านเจอจากไหน แต่พอเจอกรณีจั๊ดจัดและกรณีคุณเอินแล้ว  ทำให้นึกถึงบทความนี้ที่เคยอ่านเจอ   นักวิทยาศาสตร์ชาวตะวันตกผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิ่งเร้นลับ   เขาได้เขียนบทความว่า   "คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมในภาพยนตร์ผี ๆ มักจะมีฉากไฟติด ๆ ดับ ๆ โทรศัพท์ปิด ๆ เปิด ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้ารวนเมื่อผีจะออกมา"  เขาได้ให้เหตุผลต่อว่า   "จากการศึกษาของผมเมื่อวิญญาณจะปรากฏตัวจะเกิดปรากฏการณ์อย่างนั้นจริง  เพราะวิญญาณนั้นถ้าจะปรากฏตัวจะดูดพลังงานจากสิ่งต่างๆ ถ้าใช้ไฟฉายเขาก็จะดูดพลังงานจากแบตตอรี่  ดูดพลังงานทั้งหมด   เพราะเขาจะปรากฏตัวให้เห็นไม่ได้ถ้าเขาไม่มีพลังงาน  และเขาก็ไม่สามารถสร้างพลังงานได้  ต้องดูดเอาจากสิ่งรอบตัว"

คุณเอินกับจั๊ดจัดก็คล้าย ๆ กันกับวิญญาณแหละครับ   เพราะปกติแทบไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้จักอยู่แล้ว...  คุณต้องดูดพลังงานจากคนอื่นด้วยการด่าคนอื่น   เพราะยิ่งคุณด่าคนอื่นมากเท่าไหร่ตัวตนของคุณจะปรากฏออกมาต่อสาธารณชน...  

แต่จริง ๆ แล้ว  ถ้าคนเราอยากมีตัวตนในสายตาคนอื่น   เรามีวิธีอื่นนี่ครับ...  จริงไหม...  ไม่จำเป็นต้องทำร้ายใครเพื่อสร้างตัวตนของเราขึ้นมาเลย   เคยได้ยินคำว่า  "ความรู้ทำให้คนสง่างามไหมครับ"   คุณจะมีตัวตนได้นะครับ   ถ้าใช้วิชาความรู้ให้ถูกที่ถูกทาง   หรือว่าคุณเอินกับจั๊ดจัดไม่ชินกับการสร้างตัวตนโดยวิธีปกติ   ชอบทางลัดด้วยการทำร้ายคนและเป็นช่างปั้นเรื่อง  เหรอครับ...


หมายเหตุ : มติชน ออนไลน์

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Yingluck ไม่ใช่พริตตี้ ประเทศไทย


พักนี้มีแต่ข่าวด้านภาพลักษณ์ของท่านายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ล่าสุด มีกระแนะกระแหนไปโน่นเลยว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พริตตี้ประเทศ แหะๆๆ ฟังดู ไม่รู้ว่า ผู้ตั้งฉายา คิดยังไงกันน้ออออ...

 ถ้าเป็นพริตตี้ขายบ้านคุยกับลูกค้า ก็คงไม่ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับบ้านในเชิงลึกมากมาย... ปัญหาเรื่อง "ตอบไม่ตรงคำถาม" ก็คงไม่ก็คงไม่มี

ถ้าเป็นผู้บริหารบริษัทคุยกับสื่อที่รับจ้างโฆษณา ก็คงไม่ต้องตอบคำถามที่ไม่ได้สั่งให้มาถาม... ปัญหาเรื่อง "ถามไม่ตรงคำตอบ" ก็คงไม่เกิด

แต่เมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจและการบริหารรา ชการแผ่นดินทั้งปวง โดยมีประชาชนเป็นหุ้นส่วนของประเทศ มีสื่อมวลชนเป็นสื่อกลางที่ต้องซักถามและตรวจสอบ มีกลไกทางการเมืองต่างๆ ทำหน้าที่ดุลและคานอำนาจ ก็จะต้องยอมรับกติกาและเคารพในการทำหน้าที่ของฝ่ายต่ าง ๆ
(ที่มา:เรื่องเด่นประเด็นดัง เวบบอร์ด sanook.com)
สืบเนื่อง มาจากข่าว การให้สัมภาษณ์ของท่านายก กับสื่อมวลชน เรื่องการให้ความช่วยเหลือ อดีต นายกทักษิณ ชินวัตร ให้ได้เข้าประเทศ ญี่ปุ่น แต่คำตอบที่ได้มาไม่ตรงกับคำถามของสื่อ และใช้วิธีการหลีกเลี่ยง ไม่ตอบคำถาม ของสือ แทน จริงๆแล้ว มันก้มองกันได้หลายมุม เพราะบางที การพูดมากไปก้คงไม่ได้เป็นผลดีต่อตัวท่านเอง ก้คงต้องอยู่ที่การคิดของผู้เสพสื่อนะคะ บางครั้งเราอาจต้องให้เวลารัฐบาล  มีบางคนบอกว่า การโต้ตอบคำถามของนักข่าวปัจจุบันนี้ก็ต้องไปพิจารณาอีกด้วยว่า ช่องไหน? และคำถามสื่อไปยังอะไร??? เพราะใช่ว่า...นักข่าวจะตั้งถามที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติทุกคน ประเภท ถามเสี้ยมให้โจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือ ถามเอาคำตอบจากข้อมูลข่าวลือ ฉนั้น การที่ นายกฯ จะเลือกตอบเฉพาะบ้างคำถามของนักข่าวได้ก้คงจะไม่ผิด บ้างก้คิดว่า นายกฯ มีหน้าที่บริหารประเทศ ไม่ใช่มีหน้าที่มานัั่่งตอบคำถามนักข่าวให้สวยนะ  หรือท่านชอบนายกแบบ ดีแต่พูด ???อือมม ก้ว่ากันไป ตามแต่ทัศนคติที่มีต่อนโยบายของรัฐบาล จะให้บวก หรือลบ ต้องดูต่อไป ..

บางช่วงของข่าวจาก http://www.dailyworldtoday
“เรื่องท่านนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ดิฉันรู้ดีว่าต้องเจอแรงกดดันและมีคำถามที่เกี่ยวข้อง แต่พร้อมรับฟังและพร้อม พิสูจน์เรื่องต่างๆ ไม่เคยเบื่อที่จะต้องชี้แจง และไม่ขอเข้าไปแทรกแซงกระบวนการใดๆที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานดำเนินการไป ส่วนนโยบายในการติดตามเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับท่านนายกฯทักษิณ รัฐบาลชุดนี้จะให้เป็นเรื่องของผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แทรกแซง อย่างเรื่องวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นที่เป็นข่าว ดิฉันยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง เท่าที่ทราบเป็นฝ่ายเอกชนที่เขาเรียนเชิญท่านอดีตนายกฯทักษิณไปบรรยาย ตั้งแต่ก่อนดิฉันจะมาเป็นรัฐบาลเสียอีก เรื่องการอนุญาตให้เข้าประเทศเป็นเรื่องของทางการญี่ปุ่นจะเป็นผู้พิจารณา เอง ใครจะเข้าไปแทรก แซงไม่ได้อยู่แล้ว ดิฉันเรียนว่าไม่มีนโยบายทำอะไรพิเศษเพื่อท่านนายกฯทักษิณคนเดียวอยู่แล้ว”
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันกรณีรัฐบาลญี่ปุ่นให้วีซ่าเป็นกรณีพิเศษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดเดินทางวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนญี่ปุ่น จากนั้นวันที่ 23 สิงหาคมจะไปบรรยายเรื่อง “ประชาธิปไตยไทย” ที่ชมรมผู้สื่อข่าวต่างประเทศของญี่ปุ่น และบรรยายเรื่อง “รูปแบบและบทบาทของเศรษฐกิจโลก” ที่สถาบันเจแปน-ไชน่า อาเซียน ออฟ อีโคโนมี ส่วนวันที่ 24 สิงหาคม จะไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยทามาและบรรยายเรื่อง “ปัญหาแผ่นดินไหวและสึนามิ” จากนั้นวันที่ 25-26 สิงหาคมจะเดินทางไปดูที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ

สามารถอ่านเนื้อหาข่าว เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพิ่มเติมได้ คงต้องติดตามทางหนังสือแต่ละฉบับกันดู ชอบสไตล์ไหนก้เลือกกันไปนะคะ

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Hot hit today ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

Yingluck Shinawatra, Prime Minister of Thailand 

นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

     ณ เวลานี้ หากไม่มีการพูดถึงเรื่องนายกรัฐมนตรีหญิง ก็คงจะเชยระเบิด เพราะขณะนี้ เธอผู้นี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กลายมาเป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยไปแล้วนั่นเอง  บังเอิญได้มีเวลาแว๊บๆเข้าไปอ่านข้อความนี้จาก เวบต่างประเทศก็เลยเก็บเอามาฝากค่ะ จริงๆแล้ว หัวข้อที่เขาเอ่ยถึง คือ ประเทศที่มีผู้นำเป็นผู้หญิงของประเทศ 12 ท่าน ใครจะขึ้นมาเป็นลำดับTop และ 1 ใน นั้นก็มี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิง ลำดับที่ 12 ของโลก (ที่มีผู้นำเป็นผู้หญิง )เป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศ แต่เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย เรามาดูกันว่าเขาพูดถึง นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยเราว่าอย่างไร ในส่วนหนึ่งของบทความ

Top 12 Female Leaders Around the World

On Aug. 5, Yingluck Shinawatra became the first female Prime Minister of Thailand. In honor of female politicians kicking through glass ceilings, TIME takes a look at 12 women who have made it to the top

Yingluck Shinawatra, Prime Minister of Thailand

By William Lee Adams  

Friday, Aug. 05, 2011

   Critics say that Yingluck Shinawatra's only political qualification is that she's the youngest sister of deposed Prime Minister Thaksin Shinawatra. It's not an outrageous claim. Yingluck, who studied public administration at Kentucky State University, has spent much of her adult life working at a property business Thaksin founded. But on May 17 she rose to national prominence after the pro-Thaksin Pheu Thai Party selected her as its leader. Just two weeks later, on July 3, her party won 265 of 500 parliamentary seats, and on Aug. 5 the Thai parliament officially confirmed her as Premier. Besides overcoming suggestions that her brother is running the country from exile, Yingluck must now deliver on her populist pledges — raising the minimum wage, providing free public wi-fi and giving every schoolchild a tablet PC — without ruining the economy. She'll also need to navigate Thailand's prickly relationship with Cambodia, as well as attempt to reconcile the pro-Thaksin Red Shirts and the antigovernment Yellow Shirts, who helped bring down her brother's government.

 Read more: http://www.time.com/time/specials/packages/article/0,28804,2005455_2005458_2086925,00.html #ixzz1UPJjflJL

 สรุปโดยภาพรวมที่เขาวิจารณ์ก็คือ เขามองว่า คุณยิ่งลักษณ์ มีคุณสมบัติทางการเมืองเพียงอย่างเดียว เท่านั้นก็คือการที่เธอเป็นน้องสาวคนสุดท้องของอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง เธอจบการศึกษาจาก Kentucky State University  ธุรกิจที่ทำนั้นเกี่ยวกับด้าน อสังหาริมทรัพย์ เธอเริ่มเข้าสู่การเมืองเมื่อ 17 พฤษภาคม ซึ่งไม่นานมานี้เอง และเพียงแค่ไม่กี่ สัปดาห์ต่อมา เธอก็ชื่อเสียงโดดเด่น สามารถโลดแล่นทางการเมืองได้เป็นอย่างดี โดยการสนับสนุนของพี่ชาย จนในที่สุด วันที่ 3 กรกฎาคม เธอก้ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ได้ 265 เสียง จาก 500 ที่นั่งในรัฐสภา  จนในวันที่ 5 สิงหาคม รัฐสภาไทยก็ได้รับรองการเสนอชื่อของเธอ อย่างเป็นทางการ ให้เธอ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เธอ จะได้ทำการ เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้กับแรงงาน ให้ ฟรีอินเตอร์เน็ตสาธารณะ แก่ประชาชน ให้ Tablet PC กับเด็กๆในโรงเรียน ตามนโยบายที่เธอได้หาเสียงและสัญญาไว้กับประชาชน โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสียหาย  ตลอดจน  ต้องนำทางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วย ขวากหนามของประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาให้เป็นไปได้ด้วยดี ความพยายามที่จะคืนดี ปรองดอง ของการต่อต้านระหว่าง เสื้อแดงและเสื้อเหลือง ตลอดจนเสื้อแดงที่เป็นผู้ช่วยพี่ชายเธอเป็นรัฐบาล .....เราคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า รัฐนาวาลำนี้ จะลอยไปในทิศทางใด   ขอเอาใจช่วยค่ะ ในฐานะของ ผู้หญิงคนหนึ่ง เอ้าา เชียร์ๆๆๆ